Archive for category Online Marketing

Dealdidi.com คืออะไร วิธีสมัครและใช้งาน

ช่วงนี้เว็บประเภท Group-buying หรือ Groupon ในไทยกำลังมาแรงจริงๆ หลังจากที่เคยเขียนบทความเรื่อง Ensogo.com คืออะไร มาวันนี้ขอแนะนำเว็บขายดีล อีกหนึ่งเว็บที่มีดีล คูปองลดราคา ที่เป็นที่นิยมของคนไทยติดอันดับ Top5 อีกเว็บนึง นั้นคือ Dealdidi.com เว็บรวมดีล ลดราคา ทั้งร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท ร้านสปา ร้านเสริมความงาม และยังมีบริการแปลกๆอีกมากมาย ที่ค่อยได้เห็นขายในเว็บอื่นๆกัน
Dealdidi.com คืออะไร
Dealdidi.com คือเว็บขายดีล ราคาพิเศษที่ขายในลักษณะคูปองออนไลน์ เน้นให้ส่วนลดมากกว่า 50% ขึ้นไป บางดีลอาจลดมากถึง 90%เลยก็มี โดยทางดีลดีดีจะไปคุยกับเจ้าของธุรกิจต่างๆ ทั้งร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม ร้านสปา ศูนย์บริการต่างๆ รวมถึงเจ้าของสินค้าต่างๆ ให้มาเข้ารวมขายดีลคูปองกับทาง Dealdidi.com ซึ่งทางเจ้าของร้านไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแต่อย่างใด แต่ยอดขายคูปองที่ทางเว็บขายได้ ส่วนหนึ่งจะถูกหักไว้เป็นค่าคอมมิสชั่น (หากทางเว็บ ขายไม่ได้เลย ทางร้านก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ)

ประโยชน์ต่อเจ้าของร้า คือได้ช่องทางโฆษณาร้านฟรี และทำให้ได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ซื้อคูปองจากทางเว็บ แล้วนำมาใช้บริการที่ร้าน ถึงแม้ว่ายอดขายที่ได้มาอาจมีกำไรไม่สูงนัก หรืออาจจะเท่าทุนก็ตาม แต่ร้านก็ได้โอกาสแนะนำร้านให้กับลูกค้าหน้าใหม่ ได้รู้จักกับสินค้า บริการจากทางร้าน และหวังที่จะให้ลูกค้าที่ประทับใจกลับมาใช้บริการในภายหลัง ซึ้งลูกค้าที่ชอบใจบริการนั้นก็จะกลับมาซื้อสินค้าซ้ำอีก เป็นการเพิ่มลูกค้าประจำเพิ่มได้ในอนาคต และมีประโยชน์ในการดันยอดขายในช่วง Low season ได้

ประโยชน์ต่อผู้ซื้อดีล คือได้ลองใช้บริการ หรือซื้อสินค้ากับร้านใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยใช้บริการมาก่อน ด้วยส่วนลดมากกว่า 50% ทำให้ตัดสินใจในการซื้อได้ง่ายกว่า (ของถูกใครๆก็ชอบ จริงป่ะ)  แล้วหากไปใช้บริการแล้วถูกใจ ก็อาจจะกลายเป็นลูกค้าประจำร้านนั้นๆได้

ข้อดีของเว็บ Dealdidi.com คือ

  • เว็บมีดีลให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม ร้านนวดสปา ร้านเสริมสวย โรงเรียนสอนพิเศษ บริการประกันภัย สินค้านานาชนิด
  • การซื้้อดีลมีความสะดวก สามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง ทั้งผ่านบัตรเครดิต Paypal หรือ Paysbuy(ของคนไทย), โอนเงินผ่านธนาคาร-ATM และจ่ายผ่านเคาร์เตอร์เซอร์วิสที่ร้าน 7-eleven ก็ได้
  • ตัวเว็บมีความปลอดภัยสูง หากเลือกชำระด้วยบัตรเครดิต เพราะทำธุรกรรมผ่าน Paypal และ Paysbuy ซึ้งมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง และเชื่อถือได้
  • เมื่อซื้อดีลแล้ว เราจะได้ D-Ticket ไว้เสมือนแทนตั๋วแทนเงินสด สามารถปรินท์ออกมาแล้วนำไปใช้ที่ร้านค้า ที่เราเลือกบริการได้เลย
  • หากใช้บัตรเครดิตของ KTC ซื้อดีลจะได้รับส่วนลดอีก 5%
  • หากเป็นลูกค้าของ AIS รับส่วนลด On top อีก 5%
  • มี App DealDidi สำหรับผู้ใช้ iPhone , iPad , iPod Touch สามารถติดตามดีลพิเศษต่างๆ  โหลดได้เลยที่ App Store

รู้อย่างงี้แล้วรออะไรอยู่ละ เข้าไปสมัครกันเลยดีกว่า ง่ายๆแค่กรอกข้อมูลไม่กี่ช่องเท่านั้นเอง

www.dealdidi.com
สมัครDealdidi.com

หลังจากสมัครแล้ว ทาง Dealdidi.com จะส่งข่าวสารดีลใหม่ๆ มาที่อีเมล์ของเราเรื่อยๆ เพื่อแจ้งว่า ตอนนี้ทางเว็บขายดีลของร้านไหนอยู่บ้าง ถูกใจร้านไหนจะได้ไม่พลาดดีลดีดี

Tags: , , , , , ,

No Comments

Ensogo.com คืออะไร วิธีสมัครและใช้งาน

วันนี้เว็บขายดีล ออนไลน์ในไทยเติบโตสูงมาก  และมีดีลหลากหลายประเภทบริการให้เลือกมากมายจริงๆ เว็บแรกๆในไทยที่บุกเบิกก็คือ เอ็นโซโก้ดอทคอม (Ensogo.com) ซึ้งถือเป็นเจ้าตลาดเว็บขายดีลในไทยขณะนี้เลยทีเดียว มีหลายๆคนมักถามผมว่า Ensogo คืออะไร ใช้งานอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ซึ้งก็ได้อธิบายให้ฟังไปหลายคน แต่ก็ยังมีคำถามนี้ถามมาอยู่เรื่อยๆ เลยเขียนเป็นบทความเลยดีกว่า จะได้เข้าใจง่ายๆกัน

 

Ensogo.com คือเว็บขายดีล ราคาพิเศษที่ขายในลักษณะคูปองออนไลน์ เน้นให้ส่วนลดมากกว่า 50% ขึ้นไป โดยเอ็นโซโก้จะไปคุยกับเจ้าของธุรกิจต่างๆ ทั้งร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม ร้านสปา ร้านทำเล็บ ทำผม ทำฟัน ศูนย์บริการต่างๆ โรงเรียนสอนพิเศษ และอีกมากมายสารพัด ให้มาเข้ารวมขายดีลคูปองกับทาง Ensogo ซึ่งทางเจ้าของร้านไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแต่อย่างใด แต่ยอดขายคูปองที่ทางเอ็นโซโก้ขายได้ ส่วนหนึ่งจะถูกหักไว้เป็นค่าคอมมิสชั่น และมีการหักเพื่อบริจาคการกุศลด้วยบางส่วน (หากทางเว็บ ขายไม่ได้เลย ทางร้านก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ)

ประโยชน์ต่อเจ้าของร้าน คือได้ช่องทางโฆษณาร้านฟรี และได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ซื้อคูปองจากทางเว็บ แล้วนำมาใช้บริการที่ร้าน ถึงแม้ว่ายอดขายที่ได้มาอาจมีกำไรไม่สูงนัก หรืออาจจะเท่าทุนก็ตาม แต่ร้านก็ได้โอกาศให้ลูกค้าหน้าใหม่ ได้รู้จักกับสินค้า บริการจากทางร้าน และหวังที่จะให้ลูกค้าที่ประทับใจกลับมาใช้บริการในภายหลัง ซึ้งลูกค้าที่ชอบใจบริการกลับมาซื้อสินค้าซ้ำนั้นเป็น โอกาศหลักสำคัญที่เจ้าของร้านต้องการมากกว่า และมีประโยชน์ในการดันยอดขายในช่วง Low season ได้

ประโยชน์ต่อผู้ซื้อดีล คือได้ลองใช้บริการ หรือซื้อสินค้ากับร้านใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยใช้บริการมาก่อน ด้วยส่วนลดมากกว่า 50% ทำให้ตัดสินใจในการซื้อได้ง่ายกว่า (ของถูกใครๆก็ชอบ จริงป่ะ) แล้วหากไปใช้บริการแล้วถูกใจ ก็อาจจะกลายเป็นลูกค้าประจำร้านนั้นๆได้

ข้อดีของเว็บ Ensogo.com นั้นคือ

  • เว็บได้รวมดีลไว้ค่อนข้างเยอะ มีร้านค้าที่ร่วมขายดีลทั้งจากกรุงเทพ และหัวเมืองใหญ่ๆในภาคต่างๆ ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น หัวหิน พัทยา ภูเก็ต
  • การสมัครก็ง่าย มีการตรวจสอบความถูกต้องโดยการส่ง SMS pincode มาให้ผู้สมัคร verified ด้วยเพื่อเป็นการยืนยันความมีตัวตนของผู้สมัคร
  • การซื้อดีลมีความสะดวก มีช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งชำระผ่านบัตรเครดิต,ผ่านเคาร์เตอร์เซอร์วิสที่ร้าน 7-eleven, และโอนเงินผ่านธนาคาร-ATM
  • ตัวเว็บมีความปลอดภัยสูง หากเลือกชำระด้วยบัตรเครดิต เพราะใช้ Payment Gateway ของธนาคารกสิกรไทย
  • ลูกค้าสามารถเลือกใช้ดีลที่ซื้อมาโดยการโชร์ SMS หรือปรินท์คูปองไปแสดงที่ร้านก็ได้
  • มี Cash back คืนเงิน3% ทุกครั้งที่ซื้อดีลต่างๆ กับทางเอ็นโซโก้อีกด้วย
  • หากชำระด้วยบัตรเครดิตของ HSBC ยังได้ส่วนลดเพิ่มอีก 5%
  • ถือว่าเป็นเว็บขายดีลที่ใหญ่ที่สุดในไทยตอนนี้ และมีดีลขายพร้อมๆกันมากที่สุด

รู้อย่างงี้แล้วรออะไรอยู่ละ เข้าไปสมัครกันเลยดีกว่า ง่ายๆแค่กรอกข้อมูลไม่กี่ช่อง

http://www.ensogo.com/

หลังจากสมัครแล้ว ทาง Ensogo.com จะส่งข่าวสารดีลใหม่ๆ มาที่อีเมล์ของเราเป็นระยะ เพื่อแจ้งว่า ตอนนี้ทางเว็บขายดีลของร้านไหนอยู่บ้าง ถูกใจร้านไหนจะได้ไม่พลาดดีลดีดี

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ensogo Blog me if you can!
Powered by ensogo.com เว็บดีลอันดับหนึ่งของเมืองไทย

Tags: , , , , , , , , , ,

5 Comments

Groupon-กรุ๊ปปอง ธุรกิจแนวใหม่มาแรง วันนี้คุณซื้อดีลแล้วรึยัง?

ตอนนี้ในไทย เริ่มมีกระแสความฮิตของธุรกิจขายของบนออนไลน์ แนวใหม่ที่เรียกกันว่า กรุ๊ปปอง (Groupon) บางคนก็เรียกว่า Group Buying ในรูปแบบการซื้อดีลราคาพิเศษ ในระยะเวลาจำกัด

จริงๆคำว่า Groupon เป็นส่วนหนึ่งของ Social Commerce นั้นคือ การค้าขาย E-Commerce แบบใช้ประโยชน์จาก Social Media เข้ามาร่วมด้วย โดยมาจากคำ 2 คำมาผสมกันคือ Group+Coupon กลายเป็น Groupon โดยกรุ๊ปปองนั้นเกิดขึ้นและโด่งดังมาจากฝั่งอเมริกา ตัวอย่างเช่น เว็บ Groupon.com ซึ้งจะติดต่อร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านสปา โรงแรม และธุรกิจบริการต่างๆ เสนอดีลราคาพิเศษกับลูกค้า โดยเมื่อมีจำนวนคนซื้อดีลครบตามกำหนด จะได้รับส่วนลดพิเศษกว่า 50% ขึ้นไป โดยให้ลูกค้าใช้ Social media ต่างๆทั้ง Facebook และ twitter ในการชวนเพื่อนให้มาร่วมซื้อดีลด้วยกัน เมื่อครบกำหนดจำนวนที่กำหนดไว้ ลูกค้าทุกคนก็จะได้ส่วนลดการซื้อดีลนั้นๆ มูลค่า 50 – 90% ที่เดียว และหากแนะนำเพื่อนให้มาร่วมเป็นสมาชิกของเว็บนั้น ก็ยังได้รับค่าแนะนำอีก 10$ อีกด้วย

Groupon.com

ในไทยเอง ตอนนี้ก็เริ่มเห็นมีเว็บที่ให้บริการในรูปแบบ กรุ๊ปปอง เกิดขึ้นมาบ้างแล้ว แต่รูปแบบการให้บริการจะต่างกันไป คือเป็นการเสนอดีลราคาพิเศษ ให้ส่วนลดมากกว่า 50% ที่ลูกค้าสามารถซื้อดีลนั้นได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบจำนวนคนตามกำหนด ส่วนใหญ่จะให้ระยะเวลาแต่ละดีลอยู่ 3 วัน โดยยังคงมีลูกเล่นในการชวนเพื่อนให้มาร่วมซื้อดีลของแต่ละเว็บอยู่ เช่นแนะนำเพื่อน 1คนได้รับค่าแนะนำ 100บาท ตอนนี้รูปแบบเว็บ Group Buying ในไทยที่เห็นๆขายดีลอย่างจริงจังมีอยู่ 7 เว็บได้แก่  Ensogo.com , Dealdidi.com , U2deal.com, Dealthailand.com , CouCafe.com, Dealicious.com และ ดุ๋งช่วยได้.com ของคุณพาที(CEOนกแอร์)

***(Update17/4/54) ตอนนี้เว็บขายดีลในไทยมีเยอะมาก ปาไปกว่า 30 กว่าเว็บแล้ว***

ซึ้งร้านค้าที่มาร่วมขายดีล ก็มีหลากหลายทั้งร้านอาหาร , สปา, ร้านนวด, คลินิกเสริมความงาม, โรงแรม, รีสอร์ท, ร้านกาแฟ และยังมีโรงภาพยนต์ ฟิตเนต คาร์แคร์ เรียกว่าธุรกิจแนวบริการทั้งหลายนั้นเริ่มมาสนใจในการร่วมดีลพิเศษนี้กันทั้งนั้น และน่าจะเป็นเทรนด์ธุรกิจการขายสินค้าและบริการที่น่าจับตาในอนาคต

สนใจดีลของเว็บไหน ก็แนะนำว่าสมัครสมาชิกไว้ก่อนก็ได้ กรอกข้อมูลแค่ไม่กี่ช่องเท่านั้น จะได้รับข่าวสารดีล ร้านอาหาร ร้านสปา โรงแรมใหม่ๆส่งตรงมาที่เมล์เราได้ทันที ถูกใจปุ๊ปก็สามารถเลือกซื้อดีลได้ทันที

สมัครensogo.com

ensogo.com เว็บแรกๆในไทย ที่บุกเบิกธุรกิจ Group Buying เชื้อสายไทย

Dealdidi.com เว็บกรุ๊ปปองอีกเว็บที่น่าจับตามอง

Dealdidi.com อีกเว็บGroup Buying ที่กำลังมาแรง

U2deal เว็บไซต์ใหม่ กรุ๊ปปองเมืองไทย

U2deal.com เว็บไซต์ใหม่ กรุ๊ปปองเมืองไทย

dealthailand.com

Dealthailand.com อีกเว็บนึงดีลสายพันธุ์ไทย

coucafe.com เว็บกรุ๊ปปองกลิ่นอายญี่ปุ่น

Coucafe.com เว็บดีลใหม่อีกเว็บ ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น (เน้นร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นหลัก)

dealicious.com

Dealicious.co เว็บดีล เน้นร้านอาหารอร่อยๆทั่วกรุง

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดดีลพิเศษ ราคาพิเศษ กับหลายๆร้าน ก็แนะนำให้แวะเข้าไปสมัครสมาชิกและรับข่าวดีลใหม่ๆ ไว้ละกัน ส่วนมากเวลามีดีลใหม่ๆเริ่มขาย ทางเว็บก็จะส่งข่าวมาให้เราทราบทางอีเมล์ และก็อัพเดทข่าวผ่าน Facebook , Twitter อยู่แล้ว ที่นี้พอมีดีลร้านที่น่าสนใจ เราก็จะได้รับรู้ก่อนคนอื่นๆอีกด้วย

สนใจเว็บไหนกดคลิกสมัครได้เลยครับตามนี้

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

3 Comments

หนังสือ6เล่ม จากงานBook Expo2010

เมื่อวาน (วันหยุดชดเชยวันปิยมหาราช) ได้ไปเดินงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์สิริกิติ์ งานอย่างงี้จัดปีละ2ครั้ง และก็ไม่เคยพลาดเลยซักครั้ง

ไปเดินมาช่วงเย็นๆ หลังฝนหยุดตกไปได้ซะพัก คนที่งานไม่พลุกพล่านมากนัก เดินช็อปได้สะดวกมากๆ

สรุปแล้วได้มา 6 เล่ม ตั้งใจอยากได้อยู่ 5 เล่ม ส่วนอีกเล่มไปเห็นที่งานแล้วพลิกๆดูน่าสนใจก็ซื้อมาเลย (ปกติไม่ค่อยเป็นคนใจง่าย ซื้อหนังสือต้องมีลิสต์ไว้ในใจแล้วเท่านั้นถึงจะซื้อ ไม่ค่อยซื้อหนังสือแบบฉาบฉวยเท่าไร)

มาดูกัน ได้อะไรมาอ่านกันบ้าง

หนังสือจากงานBookexpo2010

  1. เล่มแรก “การลาออกครั้งสุดท้าย” ของคุณใบพัด สนพ. a book ราคาหน้าปก 220 ลดแล้วเหลือ 185 บาท เล่มนี้รู้จักครั้งแรกจากการเข้าไปอ่านรีวิวในบล็อกของคุณแชมป์ เจ้าของ Exteen.com เขียนถึงหนังสือเล่มนี้อ่านแล้วรู้สึกหนังสือเล่มนี้น่าสนใจดี แต่ก็ยังไม่ค่อยสนใจมากนัก จนได้ไปงาน Ignite Thailand ครั้งที่2 จัดที่หอประชุมจุฬา เมื่อ 13ตุลา คุณใบพัดมาพูดด้วย เลยทำให้สนใจมากขึ้นมาอีก จนวันที่ไปงานหนังสือ เพื่อนผมโทรมาฝากซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะหาตามร้านหนังสือไม่ได้เลย หายากมาก (ไอ้เราก็คิดว่ามันขายดีขนาดนั้นเลยรึวะ) พอไปที่บู๊ธ a Book ก็เจอคุณใบพัดมาคุยกับแฟนๆด้วย คนที่บู๊ธค่อนข้างคึกคัก เจ้าตัวก็บอกว่าช่วงนี้หนังสือขาดตลาด เพิ่งจะสั่งพิมพ์เป็นครั้งที่3 สองครั้งแรกขายหมดเกลี้ยงจริงๆ(ในระยะเวลาแค่3-4เดือน) หนังสือเล่มนี้ คุณวงศ์ทนง จั๋วหัวไว้ว่า “อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!” อยากรู้ว่าเป็นไง ต้องไปหาอ่านกันเอาเองนะ
  2. เล่มที่สอง “สารพัดวิธี รวย ด้วย ฟรี” หรือชื่ออังกฤษว่า “FREE The Future of a Radical price” แต่งโดย Chris Anderson คนเดียวกับที่เขียน The Long Tail อันลือลั่น หนังสือเล่มนี้รู้จักครั้งแรกตอนฟังวิทยุรายการ MCOT.NET ทาง FM100.5  เมื่อปีที่แล้ว จำได้ว่าคุณวรวิสุทธิ์ @worawisut มาพูดเรื่องหนังสือเล่มนี้ ฟังไอเดียแล้วชอบมาก แต่ก็ยังไม่ได้สนใจหาซื้อมาอ่าน จนเพิ่งมาได้รู้ว่าทาง Nation book มาแปลเป็นเวอร์ชันภาษาไทยแล้ว เลยไม่รีรอที่จะซื้อมาอ่านกัน
  3. เล่มที่สาม “เก่ง Presentation อย่างสตีฟจ๊อบส์” แปลมาจาก “The Presentation Secrets of Steve Jobs” แต่งโดย Carmine Gallo เล่มนี้ยอมรับว่าเป็นเล่มที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อตั้งแต่แรก (ไม่ได้มีในลิสต์ที่ต้องการ) แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้เลยได้อ่านบล็อกของบางคน ที่พูดถึงวิธีการนำเสนอในสไตล์ของ สตีฟ จ็อบส์ อ่านแล้วก็ทำให้เรารู้ว่า ศาสดาคนนี้มีวิธีการนำเสนอสินค้าไม่ธรรมดา จริงๆ ส่วนตัวผมยังไม่เคยเป็นลูกค้า APPLE เลยจริงๆ ยังไม่มีสินค้าใดๆเลยในบ้านที่ท่านจ๊อบส์ขาย แต่ก็เคยได้เห็นคลิปวีดีโอจากรายการไอที เอามาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง และก็เห็นได้ว่า รูปแบบการนำเสนอเรื่องราวของท่านศาสดา คนนี้มีการวางแผนการนำเสนอที่เยี่ยมจริงๆ เลยอยากซื้อมาดูเทคนิคของท่านจ๊อบส์บ้างว่า มีเคล็บลับอย่างไงให้ลูกค้าหลงใหลสินค้าได้ขนาดนี้
  4. เล่มที่สี่ “ผ่าสมองสองผู้ก่อตั้งกูเกิล” แปลมาจาก “Inside Larry & Sergey’s Brain” แต่งโดย Richard L. Brandt เล่มนี้จำได้ว่ารู้จักครั้งแรก จากการทวีตของ อ.ธันยวัชธ์ (SMEตีแตก, Business Connection FM96.5) ที่อาจารย์ไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือเล่มนี้แล้วทวีตรูปบรรยากาศงานมาให้คนในทวิตเตอร์ได้ดู เลยจำชื่อหนังสือไว้ เพราะชื่อหนังสือเล่มนี้ สะดุดหูมาก และส่วนตัวก็เป็นคนที่ต้องศึกษาหลักการทำงานของ Google อยู่แล้วด้วย งาน E-Marketing ที่ทำอยู่หลายๆอย่างถ้ารู้จักอัลกอรีทึมของกูเกิลจะทำให้เราทำอันดับได้ดีกว่า คนที่ไม่ค่อยรู้จักมัน
  5. เล่มที่ห้า “แชะ…รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์” เขียนโดย สุระ นวลประดิษฐ์ ราคาหน้าปก 249 บาท ในงานลดอีก 15%  เล่มนี้รู้จักจากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับการหาเงินออนไลน์เล่มอื่นๆที่พูดถึงการขายภาพออนไลน์ แต่ไม่ละเอียดมากนัก จนมาเจอหนังสือเล่มนี้ ลองอ่านดูคร่าวๆในร้านหนังสือ ก็ทำให้รู้รายละเอียดมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่าธุรกิจนี้น่าสนใจมาก และอนาคตน่าจะเติบโตได้อีกมาก อ่านแล้วอยากจะกลับมาเล่นกล้องอีกครั้ง หลังจากวางมือจากกล้อง SLR ไปพักนึง คิดว่ามีภาพถ่ายดีๆ สามารถขายภาพออนไลน์ไปได้เรื่อยๆ ก็น่าจะสามารถสร้าง Passive Income ได้อีกทางเช่นกัน
  6. เล่มสุดท้าย “สร้างเว็บด้วย Joomla เปิดร้านค้าด้วย Virtuemart” เขียนโดยคุณหมอจักรพงษ์ แก้วบุญเรือง สนพ. Provision ราคาหน้าปก 229 บาท เล่มนี้สะดุดตามากที่สุดในบรรดาหนังสือสอนการใช้งาน Joomla บนแผงตามร้านหนังสือทั่วไป เคยไปเปิดดูหลายๆเล่มแล้วรู้สึกอ่านเข้าใจยาก แต่เล่มนี้เขียนรัดกุมดี และเน้นด้านการทำเว็บแบบ E-Commerce ด้วย VirtueMart ด้วย ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนตัวเคยแต่สร้างเว็บด้วย WordPress มาตลอด แต่บางทีก็มีลูกค้าอยากให้ทำเว็บแนวอีคอมเมิร์สด้วย แต่ก็ต้องปฎิเสธงานไป เพราะคิดว่า WordPress ทำได้ไม่ดีนัก จนมาพอรู้ว่า Joomla+Virturemart นี้เป็นเว็บขายของออนไลน์ที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้เลย จึงอยากศึกษาจริงจัง เผื่อไปประยุกต์รับงานสร้างเว็บให้ร้านค้าต่างๆได้อีก และเร็วๆนี้ก็ได้ลงคอร์สเข้าร่วมงาน JoomlaDay 2010 จัดที่สยามพารากอน อีกด้วย ถึงเวลาที่ต้องศึกษาแบบจริงจังซะแล้ว

ถ้าสังเกตุดีๆ หนังสือ 5 ใน 6 เล่มนี้จะดูเกี่ยวกับการอินเตอร์เน็ตหรือคอมพิวเตอร์ทั้งนั้นเลย ก็นั้นแหละแนวทางของผมตอนนี้ มันมุ่งมั่นมาทางทางด้าน Online Marketing แล้ว จำเป็นต้องเรียนรู้ให้รอบด้าน จะเก่งอะไรในสายงานไหน ก็จำเป็นจะต้องศีกษาทุกศาสตร์ที่เกี่ยวกับของกับสายงานนั้นอย่างถ่องแท้ ทั้งแนวกว้างและแนวลึก บางทีไอเดียเจ๋งๆอาจซ่อนอยู่ในหนังสือเหล่านี้ แค่เรารู้จักประยุกต์มันให้เข้ากับองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่ จับมันมา Integrate กับ Know how เดิมที่เราเคยรู้จัก แล้วเราอาจได้ Solution ใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีมาก่อนก็ได้

Tags: , , ,

2 Comments

เก็บประเด็นความคิดจากงาน Facebook Marketing by MktTwit

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19/09/2010 ได้ไปร่วมงานเสวนา Facebook Marketing จัดโดยกลุ่ม Mkttwit.com เป็นเว็บที่รวมนักการตลาดที่สนใจในเรื่อง Social Media ในเมืองไทย ใครที่สนใจการทำตลาดด้วย Social Media หรือ Online marketing ก็เข้าไปอ่านบทความต่างๆในเว็บนี้ได้ครับ มีความรู้ใหม่ๆ จากกูรูคนเก่งๆมากมาย มาเขียนให้อ่านเป็นประจำเลยครับ

งานนี้จัดที่ CMMU วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต  งานเริ่มตอนบ่ายๆ เปิดตัวด้วยคุณวรวิสุทธิ์ (ผู้บุกเบิกและก่อตั้งเว็บ Mkttwit.com ขึ้นมา และเป็นคนที่เริ่มต้นใช้ Hashtag #MKTTWIT ในทวิตเตอร์)  มากล่าวเปิดงาน และพูดถึงที่มาของงานในวันนี้ โดยมีคุณศรีสุดา (@sresuda) นักข่าวสายไอที จาก MCOT เป็นพิธีกรตลอดงานนี้

คุณศรีสุดา พิธีกรของงาน FBMKT

งานนี้ ได้เชิญคนดูแล FanPage จากองค์กรดังๆ ในเมืองไทยหลายๆที่มาร่วมกันเสวนา โดยเริ่มจาก Read the rest of this entry »

Tags: , , , , , ,

1 Comment

บรรยากาศงาน Thailand e-Commerce Forum 2010

เมื่อวันพุธที่ 25 สิงหาคม 53 ได้ไปร่วมงานสัมมนาของ สมาคม Thai e-Commerce มา งานนี้เป็นเสมือนการประชุมสัมมนาประจำปีในแวดวง คนที่ทำธุรกิจออนไลน์ และขายสินค้าต่างประเทศ งานนี้จัดที่ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้น แถวๆวิภาวดีรังสิต เป็นงานสัมมนาเต็มวัน

Thailand e-commerce forum2010

Read the rest of this entry »

Tags: , ,

No Comments

The Social Network หนังเล่าประวัติที่มาของ Facebook

เร็วๆนี้ จะมีภาพยนต์ที่ชาวไอที หลายๆคนให้ความสนใจมาลงโรงให้ดูกัน หนังเรื่อง The Social Network หนังที่เล่าตำนานของการเกิดเว็บสังคมออนไลน์ที่เติบโตเร็วที่สุดและมีอิทธิพลต่อผู้คนในปัจจุบันสูงมาก อย่าง Facebook.com

ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างมาจากหนังสือ The Accidental Billionaires: The Founding of Facebook, A Tale of Sex, Money, Genius, and Betrayal ที่จะออกแนวแฉชีวิตอีกด้านของ Mark Zuckerberg กว่าจะมาเป็นตำนานของเว็บสังคมออนไลน์ที่ใครๆก็รู้จัก

เรื่องนี้กำกับโดย David Fincher ที่ดังมากๆจากหนังเรื่อง Fight Club และ Se7en และได้ Jesse Eisenberg, Justin Timberlake, Andrew Garfield, Joe Mazzello และ Rashida Jones มาร่วมแสดง

ตัวละครสำคัญคือ Mark Zuckerberg ซึ่งรับบทโดย Eisenberg และมีจัสติม ทิมเบอร์เลค มารับบท Sean Parker ผู้ก่อตั้งเว็บ Napster และผู้ร่วมก่อตั้งเฟ๊ซบุค

กำหนดฉายหนัง 1 ตุลาคม 2010 ใครชอบเล่น Facebook ก็ลองไปดูกัน….

Tags: , ,

No Comments

งานจิบกาแฟคนทำเว็บ Webpresso หัวข้อ”เทคนิคหางานและหาคนทำงานในสาย IT”

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 20 กุมภาพันธ์ 2553 ผมได้เข้าร่วมงานมีทติ้งประจำเดือนของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆคือ สมาคมเว็บมาสเตอร์ไทย นั้นเอง ผมสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมนี้ได้1ปีกว่าแล้ว ตั้งแต่ออกจากงานประจำมาเมื่อปลายปี 51 และก็ได้เข้าร่วมงานประชุมของสมาคมต่อเนื่องแทบทุกครั้ง ถือได้ว่าความรู้ต่างๆที่ได้จากงานนี้ ช่วยผมเยอะในการทำงาน และจุดประกายไอเดียการทำงาน Freelance ของผมเลยก็ว่าได้  เข้าเรื่องเลยดีกว่า

Webpressoจิบกาแฟคนทำเว็บ

งานมีทติ้งครั้งนี้หัวข้อคือ “เทคนิคหางานและหาคนทำงานในสายงาน IT” ในงานมี อ.ศุภเดช แห่งรายการแบไต๋ไฮเทคเป็น Moderator และมีวิทยากรอีก 3 ท่านได้แก่

คุณสมยศ อุดมนิโลบล Channel Manager บ. 3Com ประเทศไทย
คุณกล้า ตั้งสุวรรณ (หัวหน้าฝ่ายการตลาด บ. โธธ มีเดีย/ผู้ก่อตั้ง, พิธีกร รายการ duocore.tv และสื่อออนไลน์อื่นๆอีกมากมาย
คุณลวิตา ผิวงาม Team Leader  – Adecco Engineering & IT Adecco Phaholyothin Recruitment Limited

ในงานมีคุยกันหลายประเด็น แต่ที่ผมพอจะจับใจความได้คร่าวๆมีดังนี้

  • ว่าด้วยเรื่อง Resume เขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดจะดีที่สุด ทำให้ดู Professional มากกว่า แต่คำศัพท์บางเรื่องที่เป็นคำศัพท์เฉพาะทาง หรือเรื่องที่คนทั่วไปเข้าใจยาก หากวงเล็บภาษาไทยมาด้วยก็จะดี มีพีวิทยากรจาก 7-eleven บอกว่าบางครั้ง HRตำแหน่งระดับล่างๆ ได้รับหน้าที่ Filter Resume เจอศัพท์ยากๆมากเข้าก็งงได้เหมือนกัน ฉะนั้น ภาษาอังกฤษนั้น A Must แต่ควรมีภาษไทยไว้เป็นทางเลือกให้ด้วย
  • Resume ใส่ข้อมูลพื้นฐานแล้ว ต้องใส่รายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆด้วย เช่นหากเคย Manage โปรเจ็คอะไรมา ก็ลงรายละเอียดไว้ว่าผลลัพธ์เป็นยังไง ทำให้บริษัทเติบโตยังไงบ้าง
  • ผลงานต่างๆที่เคยทำมา ถ้ารวบรวมเป็น Portfolio ไว้จะดีมาก เช่นผลงานการดีไซท์ ไฟล์งานโปรเจ็คต่างๆ ที่เคยทำไว้บริษัทเก่า อย่าลืมก็อบปี้เก็บไว้ด้วย ไฟล์งานดีไซท์หรือรูปภาพงานบางอย่างสามารถโชร์ไว้บนเว็บแชร์ริ่งต่างได้ ก็ควรอัพโหลดขึ้นไปด้วย เพราะจะมีประโยชน์มากหากนายจ้างอยากดูผลงาน
  • HR บริษัทต่างๆ รวมถึงบริษัทประเภท Head Hunter วันๆมีresume ส่งมาเยอะมากๆ เป็นร้อยๆฉบับต่อวัน ฉะนั้นทำยังไงก็ได้ให้ เรซูเม่ของเราดูโดดเด่นให้มากที่สุด อย่าบอกเพียงแค่ว่าคุณทำอะไรได้บ้าง แต่ควรบอกรายละเอียดว่าผลงานที่คุณทำ ทำให้เกิดผลดียังไงต่อบริษัทบ้าง ถ้าแสดงเป็นตัวเลขได้จะยิ่งดี ใส่รูปภาพเข้าไปด้วย
  • คุณกล้า Duocore บอกว่าเด็กอเมริกันบางคน จะไม่สมัครงานตาม Skill Base หรือความรู้ตรงตามที่ตัวเองจบมา แต่จะสมัครงานตาม Talent Base หรืองานที่ตัวเองมีความสามารถพิเศษในการทำงานนั้นแทน
  • Resume ควรพกติดตัวไว้เสมอ(หากว่าคุณกำลังหางานอยู่) เตรียมพร้อมปรินท์เซรูเม่ฉบับสมบุรณ์ของตัวเอง และพก FlashDrive ที่มีไฟล์เรซูเม่ไว้หาก HRต้องการในรูปแบบไฟล์
  • การสมัครงานมี 3ช่องทางหลักๆ คือ
  1. สมัครตรงกับ HR บริษัทนั้นๆ หรือตามเว็บหางาน
  2. สมัครงานผ่านบริษัทประเภท Head Hunter
  3. ใช้ Connection สายสัมพันธ์กับคนในบริษัทนั้นๆ(หากมี) จะเป็นเส้นทางเสมือน ByPass ที่ดีมากๆ ไม่ต้องผ่านการคัดกรอง จาก HR ขั้น1 ขั้น2 เลย
  • เวลาสัมภาษณ์งาน สำคัญมากคืออย่าโกหก หากคุณเจอคำถามลองเชิง เกี่ยวกับงานคุณ หากถูกถามว่าคุณทำอันนี้เป็นไหม หากตอบว่าเป็น(แต่จริงๆทำไม่เป็น) แล้วโดนให้ลอง Testสดๆ ถ้าคุณโกหกว่าทำได้ คุณจะแย่แน่ และถูกมองในแง่ลบด้วยซะอีก ฉะนั้นแนะนำว่า ทักษะไหนหรือเรื่องอะไรที่เราทำไม่เป็น ก็บอกตามตรงไปว่า ยังไม่เคยทำครับ หรือยังทำไม่เป็น แต่คิดว่าน่าจะศึกษาเรียนรู้ได้ในระยะเวลา…..เดือนครับ อะไรประมาณนี้ จะดูดีกว่า
  • HR ในอนาคต จะใช้ Google ตรวจสอบประวัติผู้สมัครงานมากขึ้น และคุณจะเป็นยังไงหาก มีรูปกำลังเมาแฮงค์ไม่รู้เรื่องอยู่ใน hi5 หรือ Facebook ต่อไปในอนาคต HR จะใช้คุณสมบัติของ Social Media มากขึ้น ตรวจสอบได้ว่าคุณเป็นคนยังไง เคยทำอะไรไว้บ้าง ไลต์สไตล์คุณเป็นยังไง ถ้ามีข้อมูลด้านดีๆเช่น เคยเป็นวิทยากร เคยเป็นอาสาสมัคร ช่วยงานชมรม สมาคมอะไรต่างๆแล้วมีหลักฐานแสดงในเว็บเหล่านั้น ก็จะช่วยเสริมการได้งานของคุณมาก แต่ถ้าไปเจอรูปประท้วง เดินขบวน หรือรูปในแง่ลบ คุณก็จะถูกมองแง่ลบด้วยเช่นกัน
  • Facebook และ Twitter จะเชื่อมโยงกับชีวิตคนเรามากขึ้น อนาคตคนเราจะรู้จักกันในFacebook กับ Twitter ก่อนที่จะได้รู้จักกันจริงๆ เจอหน้ากันจริงๆ ฉะนั้น You are what you Tweet
  • การทำการบ้านก่อนไปสัมภาษณ์ที่บริษัทนั้นๆ เป็นเรื่องสำคัญมาก ก่อนไปสัมภาษณ์ควรหาข้อมูลรายละเอียดของบริษัทไว้เยอะๆ ขายอะไรบ้าง ให้บริการยังไงบ้าง ผู้บริหารเป็นใคร มีกี่คน และควรจะรู้รายละเอียดเชิงลึก ในสายงานที่คุณจะสมัครไว้ด้วย
  • คุณกล้า Duocore บอกว่าเคยมีบางครั้งให้ผู้สมัครตำแหน่ง โปรแกรมเมอร์ เอางานไปทำเลย 1 job เล็กๆ ให้ไปเขียนโปรแกรมมาอันหนึ่งตามสั่ง ระยะเวลา1สัปดาห์ แล้วเอาผลงานมาดู หากยอมรับได้ก็คุยกันต่อ
  • บางตำแหน่งงาน ถามสั้นๆว่า งานอดิเรกชอบทำอะไร หากงานอดิเรกตรงกับความต้องการกับตำแหน่งนั้นก็รับเช่นกัน เช่นรับตำแหน่ง Social marketer แล้วคนสมัครบอกว่า งานอดิเรกก็ชอบอยู่กับ Facebook Twitter รู้ว่าจะต่อยอดธุรกิจยังไงจาก Social เหล่านี้ ชอบเล่น ชอบลองเว็บ 2.0 ใหม่ๆเสมอ อย่างงี้ก็เข้าทางเช่นกัน
  • แนะนำเว็บ Linkedin.com สำหรับคนหางาน เว็บนี้เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ เป็นเหมือนการฝากข้อมูล resume ไว้ ใส่ประสบการณ์ต่างๆที่ตัวเองมี ความสามารถต่างๆที่ตัวเองมี แต่ข้อดีคือมันเป็นเหมือนเว็บ Social network ที่คนอื่นๆสามารถมาใส่ข้อมูล Reference ให้เราได้ เหมือนเป็นการยืนยันว่าเราเป็นคนยังไง มีความสามารถด้านไหนจริง ซึ่งจะดูน่าเชื่อถือมากขึ้น หากมีคนมาเชื่อมโยงและคอย Reference เรามากขึ้น อนาคต HR ไทยก็จะใช้ข้อมูลจากเว็บนี้มากขึ้นเช่นกัน
  • ต่อไป บริษัทจะเป็น Global มากขึ้น จะไม่มีข้อจำกัดด้านขอบเขตของประเทศ จะไม่มีฝ่ายจัดซื้อประจำประเทศไทย ฝ่ายโปรแกรมเมอร์ของประเทศไทย แต่อนาคตบริษัทหนึ่งๆ จะมีฝ่ายต่างๆกระจายอยู่ทั่วโลก เช่นฝ่ายจัดซื้ออยู่มาเลเซีย โปรแกรมเมอร์อยู่อินเดีย Callcenter อยู่สิงคโปร์ ฉะนั้นต่อไป เราจะไม่ได้แข่งกันหางานเฉพาะคนในประเทศอีกต่อไปแล้ว อนาคตเราจะแข่งกันหางานจากคนผู้สมัครงานจากทั่วโลก  คุณสมยศ จาก 3M บอกว่าและที่น่ากลัวมากคือคนจากเวียดนาม คือคู่แข่งที่น่ากลัวของคนไทย เพราะเป็นคนขยันและฉลาด ในขณะที่ค่าจ้างต่ำกว่าคนไทย
  • ทาง Adecco บอกว่าทางบริษัท มีการจัดทำตารางค่าจ้างของแต่ละตำแหน่งงาน ในแต่ละอุตสาหกรรมไว้ สามารถเข้าไปดาวโหลดได้จากเว็บ www.Adecco.co.th

เขียนโดย เดวิช กลิ่นอดุง

Tags: , , ,

No Comments

บรรยากาศงาน WordCamp Bangkok 2009 @ SPU

เสาร์-อาทิตย์ที่แล้ว มีงานเกี่ยวกับชาวไอที ดีๆตั้ง 2งานติดกัน นั้นคืองาน ThinkCamp2 และงาน WordCamp Bangkok 2009 ผมไปเข้าร่วมมาทั้ง 2 งาน ได้รับความรู้ใหม่ๆมามากมายเชียว  แต่ขอบล็อกเล่าเรื่องบรรยากาศงาน WordCamp Bangkok ก่อนละกันนะ

ป้ายต้อนรับงาน WordCampBKK 2009

งานจัดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม อาคาร 1 งาน WordCamp ครั้งนี้จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกจัดเมื่อปีที่แล้ว (2008)  ขอชมเรื่องหนึ่งว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุม ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญด้านไอที และยังใจดีให้ใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของชาวไอทีต่างๆนานา เท่าที่จำได้ก็มีงาน BarCampBKK, งานจิบกาแฟ คนทำเว็บ , งานค่ายความคิด ThinkCamp2 และ Read the rest of this entry »

Tags: , , , ,

1 Comment

Digital Magazine นวัตกรรมนิตยสารรูปแบบใหม่

นิตยสารที่คุณอ่านอยู่ทุกวันนี้ ทำแบบนี้ได้บ้างไหม?

เมื่อพลิกไปหน้าตัวอย่างภาพยนตร์ใหม่ที่จะเข้าโรง –>>แล้วคุณสามารถดูตัวอย่างหนังได้เลยทันที

เมื่อพลิกไปหน้าอัลบั้มเพลงใหม่ประจำเดือนนี้ –>>แล้วคุณสามารถฟังเพลงนั้นได้เลยทันที

เมื่อพลิกไปหน้าที่มีโฆษณา–>> แล้วคุณสามารถดูคลิปโฆษณาเหมือนในทีวีได้เลยทันที

เมื่อพลิกไปดูนางแบบถ่ายอยู่ในนิตยสาร–>> แล้วได้เห็นคลิปสัมภาษณ์นางแบบตัวเป็นๆทันที

แน่นอน นี้ไม่ใช่นิตยสารที่อยู่ในหนังแฮรี่ พอตเตอร์แน่นอน แต่ที่ผมกำลังจะกล่าวถึงคือ Digital Magazine ของไทยแท้ๆ ที่ปฎิวัติ รูปแบบในการอ่านนิตยสารไปเลยทีเดียว นิตยสารที่ว่านี้เป็นของเว็บ www.thaiegazine.com ที่ทำให้สิ่งที่นิตยสารหลายๆเล่ม อาจจะต้องมานั่งคิดวิธีการทำตลาดใหม่  เพราะการเปลี่ยนนิตยสารที่เดิมเคยเป็น Paperback พิมพ์ขายเป็นเล่มๆ มีต้นทุนค่ากระดาษ ค่าผลิต และอื่นๆอีกมากมาย ราคาที่ตั้งขายก็อาจจะพอๆกับค่ากระดาษ+ค่าจ้างพิมพ์ (หรือบางทีอาจจะขาดทุนซะด้วย หากไม่มีค่าโฆษณามาหนุนไว้) แต่สิ่งที่เว็บ Thaiegazine ทำนั้น ถือได้ว่าเปลี่ยนรูปแบบการเสพนิตยสารไปเยอะที่เดียว  ไม่เคยคิดมาก่อนว่าอยู่ๆพอพลิกไปดูหน้าหนังใหม่ที่จะเข้าโรง แล้วเราจะสามารถดูทีเซอร์ของหนังได้ทันที (นิตยสารทั่วไปก็ได้แค่อ่านเรื่องย่อเล็กๆเท่านั้น) หรือพลิกไปหน้าอัลบั้มเพลงใหม่ แล้วเราจะได้ฟังตัวอย่างเพลงนั้นทันที (นิตสารทั่วไปก็แค่รู้ว่าใครร้อง เห็นหน้าปกอัลบั้ม ก็เท่านั้น) หรือหากดูนางแบบโพสท่าถ่ายรูปอยู่ แล้วจะได้เห็นคลิปสัมภาษณ์สดนางแบบเหรอ (นิตยสารทั่วไปก็ได้แต่อ่านสัมภาษณ์แห้งๆเท่านั้น)

ทั้งหมดนี้คือความรู้สึก หลังจากผมได้โหลด Digital Magazine ของ Maxim Thailand เล่มล่าสุดมาอ่าน (หน้าปกโบวี่, จำนวนหน้า 134 หน้า, ขนาด 120 MB)

digitalMag2

ผมค่อนข้างชอบไอเดียคนทำเอามากๆ เวลาอ่านก็รู้สึกดี เพราะมี Read the rest of this entry »

Tags: , , , , ,

No Comments
Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes